สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนเลือกซื้อ



เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต มาตรฐานเครื่องหมาย มอก.
เหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐาน จะพบว่ามีขนาดหน้าตัดเล็กกว่าค่ามาตรฐานและเบา การน้ำเหล็กประเภทนี้มาใช้ในการก่อสร้างหรือต่อเต็มโครงสร้างจะทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อาศัย

   
 

เหล็กเส้นกลม (ROUND BAR)
ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมมีชั้นคุณภาพเดียวใช้สัญลักษณ์
SR 24 มอก. 20-2543 ต้องมีผิวเรียบเกลียง ต้องไม่ปริ
ไม่แตกร้าวไม่มีสนิมขุม หรือตำหนิอื่น ซี่งมีผลเสีย ต่อการใช้
งานต้องมีพื้นที่ภาคตัดขวางกลมสม่ำเสมอโดยตลอดและไม่มีปีก
หรือเป็นคลื่นเหล็กเส้นกลมต้องมีตัวเลขอักษรหรือเครื่องหมาย
ประทับเป็นตัวนูนถาวรบนเนื้อเหล็กให้ชัดเจน



เหล็กข้ออ้อย (DEFORMED BAR)
ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมี 3 ชั้นคุณภาพใช้สัญลักษณ์
SD 30, SD 40, SD 50 มอก. 24-2548 ต้องมีผิวเรียบ
เกลี้ยง (ยกเว้นบริเวณที่เป็นบั้ง ครีบ) ต้องไม่ปริ ไม่แตกร้าว
ไม่มีสนิมขุมหรือตำหนิอื่น ซึ่งมีผลเสียต่อการใช้งานต้องมี
บั้งเป็นระยะเท่าๆ กันสม่ำเสมอตลอดเส้น บั้งและครีบที่อยู่
ตรงข้ามกันต้องมีขนาดและรูปร่างเหมือนกัน มุมระหว่างบั้ง
กับแกนต้องไม่น้อยกว่า 45 องศา

 

Read more: สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนเลือกซื้อ

ถึงเวลาใช้เหล็ก มอก. แล้วหรือยัง ???

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. เนื่องจากในปัจจุบัน เหล็กมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆเพิ่มมากขึ้นโดยเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรม ได้แก่ผลิตภัณฑ์เหล็กรูปทรงแบน และผลิตภัณฑ์เหล็กรูปทรงยาว อันล้วนแต่เป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่สำคัญในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่นอุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกล ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ดังนั้น บริษัทผู้ผลิตเหล็กได้ทำการผลิตเหล็กชนิดต่างๆ ออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก แต่ละบริษัทพยายามที่จะผลิตเหล็กให้มีคุณภาพต่าง ๆ กันตามประเภทของการใช้งาน จึงเป็นความยากลำบากของผู้ใช้ที่จะเลือกใช้เหล็กให้ตรงกับความต้องการของตนจึงได้มีการกำหนดชนิดและปริมาณส่วนผสมไปในเนื้อเหล็กโดยใช้สัญลักษณ์ของธาตุและตัวเลขเป็นตัวชี้บอกจำนวนปริมาณของส่วนผสมที่มีอยู่ จึงได้เกิดเป็น " มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม " ขึ้น



มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. หมายถึง ข้อกำหนดทางวิชาการที่ สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภันฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิตสินค้าให้มาคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้มีหลายเรื่องครอบคลุมสินค้าหลายๆ ประเภทได้แก่ประเภท อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ สิ่งทอ วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหล็กมี 2 ประเภท
1.มาตรฐานทั่วไป : เป็นมาตรฐานที่กำหนดเพื่อการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป โดยผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์สามารถขอใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานด้วยความสมัครใจ เมื่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์สามารถขอใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานด้วยความสมัครใจ เมื่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ตรวจสอบโรงงาน กรรมวิธีการผลิต และทดสอบผลิตภัณฑ์และเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว สำนักงานฯ ก็จะอนุณาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานที่ผลิตภัณฑ์นั้นได้
2.มาตรฐานบังคับ : เป็นเครื่องหมายที่แสดงบนผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่เศรษฐกิจของประเทศผู้ผลิตผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย จะต้องผลิต นำเข้าและจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเท่านั้น ปัจจุบัน สมอ. กำหนดออกมาแล้ว 69 รายการ


มอก. มีประโยชน์อย่างไร?

ประโยชน์ต่อผู้ผลิต
1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
2. ลดรายจ่าย ลดเครื่องจักณ ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน
3. ช่วยให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
4. ทำให้สินค้ามีคุณภาพดีขึ้น และมีราคาถูกลง
5. เพิ่มโอกาสทางการค้า ในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ

 

ประโยชน์ผู้บริโภค
1. ช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
2. สร้างความปลอดภัยในการนำไปใช้
3. ในกรณีที่ชำรุด ก็สามารถหาอะไหล่ได้ง่าย
    เพราะสินค้ามีมาตรฐานเดียวกันใช้ทดแทนกันได้
4. วิธีการบำรุงรักษาใกล้เคียงกัน ไม่ต้องหัดใช้สินค้า
    ใหม่ทุกครั้งที่ซื้อ
5. ได้สินค้าคุณภาพดีขึ้นในราคาที่เป็นธรรมคุ้มค่ากับ
    การใช้งาน

  ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจส่วนรวมหรือประโยชน์ร่วมกัน
1. ช่วยเป็นสื่อกลางเป็นบรรทัดฐานทางการค้า ทำให้ผู้ผลิตและ
    ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ตรงกัน
2. ก่อให้เกิดความยุติธรรมในการซื้อขาย
3. ประหยัดการใช้ทรัพยากรของชาติ ทำให้มีการใช้ทรัพยากร
    อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
4. สร้างโอกาสทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย
5. ป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ สร้าง
    ความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ 

 

Read more: ถึงเวลาใช้เหล็ก มอก. แล้วหรือยัง ???